Welcome to Blogger

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 9


บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 9 

วัน อังคาร  ที่ 17  มีนาคม  พ.ศ.2558
ความรู้เนื้อหา / กิจกรรมที่ได้รับในวันนี้

" การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ "

3. ทักษะการช่วยเหลือตนเอง

เรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด ( โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร )
- การกินอยู่
- การเข้าห้องน้ำ
- การเเต่งตัว
- กิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน 
** ครูจะต้องช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองได้มีอิสระ เพราะเด็กพิเศษไม่ค่อยมีอิสระในการช่วยเหลือตนเองมากนัก**

 การสร้างความอิสระ
- เด็กอยากช่วยเหลือตนเอง
- อยากทำงานตามความสามารถ
- เด็กเลียนเเบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อน หรือผู้ใหญ่  เพราะเด็กพิเศษส่วนมากอยากทำอะไรได้- - - ด้วยตนเองจึงเรียนรู้จากการเลียนเเบบ

 ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญ
- การได้ทำด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่เด็กพิเศษภาคภูมิใจในตนเองมากที่สุด
- เชื่อมั่นในตนเอง
- เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี

หัดให้เด็กทำเอง
- ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น ( ใจเเข็ง )
- ผู้ใหญ่มักทำสิ่งต่างๆให้เด็กมากเกินไป
- ทำให้เเม้กระทั่งสิ่งเด็กสามารถทำได้เองหากให้เวลาเขาทำ
- " หนูทำช้า" "หนูยังทำไม่ได้ "ห้ามพูดคำนี้กับเด็กเด็ดขาด
ตัวอย่าง  เด็กพิเศษผูกรองเท้าอยู่ แล้วเพื่อนทั้งห้องเข้าเเถวรอ ครูต้องห้ามทิ้งเด็กไว้คนเดียว แต่ให้ใช้เเรงเสริมกับเด็กที่รอ  เช่นรอเพื่อนก่อนเพื่อนใส่ใกล้เสร็จแล้วเหลือนิดเดียวเอง

จะช่วยเมื่อไร
- เด็กก็มีบางวันที่ไม่อยากทำอะไร หงุดหงิด เบื่อ ไม่ค่อยสบาย
- หลายครั้งเด็กจะขอความช่วยเหลือในสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว
- เด็กรู้สึกว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พึ่งได้  เเต่ต้องได้รับความช่วยเหลือเฉพาะสิ่งที่เด็กต้องการ
- มักช่วยเด็กในช่วงกิจกรรม

ตารางทักษะการช่วยเหลือของเด็ก





ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง
- เเบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ
- เรียงลำดับตามขั้นตอน
ตัวอย่าง การย่อยงาน "การรูดซิบเสื้อ"
ขั้นที่หนึ่ง  นำชายเสื้อมาชิดกันทั้งสองข้าง
ขั้นที่สอง  นำอีกข้างมาสอดลงตรงล็อก
ขั้นที่สาม   มือข้างซ้ายจับปลายเสื้อให้ตรง มือขวาจับซิบไว้
ขั้นที่สี่       รูดซิบขึ้น
ขั้นที่ห้า     พับซิบลงให้เรียบร้อย

 การย่อยงานของเด็ก   " การเข้าส้วม"

  • เข้าไปในห้องส้วม
  • ดึงกางเกงลงมา
  • ก้าวขึ้นไปนั่งบนส้วม
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระ
  • ใช้กระดาษชำระเช็ดก้น
  • ทิ้งกระดาษชำระลงในตะกร้า
  • กดชักโครกหรือตักน้ำราด
  • ดึงกางเกงขึ้น
  • ล้างมือ
  • เช็ดมือ
  • เดินออกจากห้องส้วม

>> นี่คือการสอนไปข้างหน้า ซึ่งเด็กจะได้เรียนรู้ตามกระบวนการ
>> การสอนย้อนกลับ คือ สอนตั้งเเต่ต้นมาให้เด็ก แล้วลองให้เด็กล้างมือเอง เช็ดมือเอง  พอวันถัดไปก็สอนให้เด็กทำตั้งเเต่ต้น เเล้วลองให้เด็กดึงกางเกงขึ้นเอง  ล้างมือเอง เช็ดมือเอง ทำอย่างนี้ย้อนไปทีละขั้นเรื่อยๆ  เด็กก็จะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองมาก

 การวางเเผนทีละขั้น
- เเยกกิจกรรมเป็นขั้นย่อยๆให้มากที่สุด










สรุป
- ครูต้องพยายามให้เด็กทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง
- ย่อยงานเเต่ละอย่างเป้นขั้นๆ
- ความสำเร็จชั้นเล็กๆนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล
- ช่วยให้เด็กมีความั่นใจในตนเอง
- เด็กพึ่งตนเองได้ รู้สึกเป็นอิสระ

^ _^ กิจกรรมวันนี้ ^_^

ไร่สตอว์เบอรี่ เชียงใหม่

คำตอบ
-  เป็นรั้วไม้ไม่สูงมาก
- ไม่หยิบ ไม่กิน ไม่ชอบ 
- ไม่ได้กิน
- เฉยๆก็ไม่ได้กิน


" วงกลมสีบอกตัวตน"


ประโยชน์ได้รับ
ด้านร่างกาย => ได้ฝึกกล้ามเนื้อมือ การประสานกันระหว่างมือกับตา
ด้านอารมณ์  => ได้เลือกสีทีตนเองชื่นชอบมาระบายเป็นวงกลม
ด้านสังคม => ได้พุดคุยกับเพื่อน  ได้ความสามัคคีในการไปติดที่ต้นไม้ให้สองฝั่งเท่ากัน
ด้านสติปัญญา => ได้มิติสัมพันธ์ในการทำเป็นวงกลม  ฝึกสมาธิในการทำ

การนำไปประยุกต์ใช้
  • การได้เรียนรู้วิธีการย่อยงานให้เด็กเป็นลำดับขั้น ยิ่งย่อยละเอียดยิ่งดี
  • เรียนรู้สิ่งที่ห้ามพูดหรือกระทำต่อเด็ก เช่น " หนูทำช้า" ,  "หนูทำไม่ได้"
  • เปิดโอกาสให้เด็กได้รู้สึกว่าตนเองมีอิสระในการเรียนรู้ และช่วยเหหลือตนเองได้ 
  • ครูไม่ต้องช่วยเหลือเด็กทุกๆอย่าง ช่วยเหลือเฉพาะเมื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น
  • การใช้คำพูดใช้เเรงเสริมที่จะส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ ได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง

 การประเมิน 
  • ประเมินตนเอง  : วันนี้พออาจารย์พูดถึงเรื่องเลือกโรงเรียนที่จะออกไปสังเกตเทอมหน้า หนูรู้สึกคิดมากๆว่าเทอมหน้าถ้าออกไปสังเกตเด็ก หนูจะสอนเด็กได้ไหม จะเขียนเเผนการสอนได้หรือเปล่า เเล้วจะพูดยังไงสอนยังไงให้เด็กเข้าใจสิ่งที่พูด เเล้วจะเรียงลำดับการสอนยังไง แล้วจะคลุมเด็กได้ไหม พูดตรงนะค่ะรู้สึกกลัวมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลย ( เเอบเครียดนิดหน่อยเพราะตัวเองไม่มีความสามารถอะไรที่เด่นอะไร ) และก็รู้สึกเคร้าใจถ้าอาจารย์จะไม่ได้สอนที่สาขานี่อีก อยากให้อาจารย์สอนพวกหนูต่อไปเรื่อยๆๆเพราะไม่มีอาจารย์คนไหนจะสอนวิชาเด็กพิเศษได้เข้าใจและเรียนสนุกอย่างอาจารย์แล้วนะค่ะ เรียนเเล้วมีความสุข ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ  ได้ความรู้เพิ่มเติมที่ดีๆอีกมากมาย ^-^
  • ประเมินเพื่อน :  เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์สอนเเละฟังความรู้เพิ่มเติมที่อาจารย์ได้พูดได้เล่าให้ฟัง และให้ความร่วมมือทำกิจกรรมในห้องเรียน 
  • ประเมินอาจารย์ :  อาจารย์มีเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่าง การทำท่าทางประกอบ การอธิบายอย่างละเอียดให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น และมีการพูดบอกสิ่งที่ไม่ควรทำต่อเด็กในการที่จะไปเป็นครู  อาจารย์ให้ทั้งความรู้เทคนิคต่างๆและคุณค่าที่ดีๆกับนักศึกษา คอยบอก  คอยสอน  คอยเเนะนำสิ่งดีๆให้นักศึกษาได้นำไปเป็นเเบบอย่างการเป็นครูที่ดีในอนาคต  ( ขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะ ) ^-^ 

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 8

บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 8

วัน  อังคาร  ที่  10  มีนาคม  พ.ศ.2558

เนื้อหา / กิจกรรมที่เรียนในวันนี้
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพ เคลื่อนไหว เส้น คั่น
^-^ การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ^-^
2. ทักษะภาษา
การวัดความสามารถทางภาษา
  • เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
  • ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
  • ถามหาสิ่งต่างๆไหม
  • บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
  • ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม ( เด็กส่วนมากจะมีคำศัพท์เฉพาะตัวของเด็ก )

การออกเสียงผิด / พูดไม่ชัด
  • การพูดตกหล่น เช่น หนังสือ จะออกเสียงว่า  สือ
  • การใช้เสียงหนึ่งเเทนอีกเสียง
  • ติดอ่าง (เด็กอนุบาลส่วนมากจะพูดติดอ่าง เเต่มันเป็นเรื่องปกติ พอเริ่มโตขึ้นเดี๋ยวก็จะหายไปเอง )

การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
  • ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด 
  • ห้ามบอกเด็กว่า พูดช้าๆ ตามสบาย  คิดก่อนพูด
  • อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
  • อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
  • ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
  • เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน

ทักษะพื้นฐาน
  • ทักษะการรับรู้ภาษา
  • การเเสดงออกทางภาษา
  • การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
  • **เด็กปกติเน้น 4 ด้าน ฟัง พูด  อ่าน  เขียน   ส่วนเด็กพิเศษเน้น => การรับรู้ภาษา และการเเสดงออกทางภาษา**

ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
  • การรับรู้ภาษามาก่อนการเเสดงออกทางภาษา (ครูต้องเข้าใจภาษาเด็ก)
  • ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด (กิริยาท่าทาง)
  • ให้เวลาเด็กได้พูด
  • คอยให้เด็กตอบ ( ชี้เเนะหากจำเป็น )
  • เป็นผู้ฟังที่ดีและโต้ตอบอย่างฉับไว ( ครูไม่พูดมากเกินไป )
  • เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
  • ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
  • กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง ( ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า )
  • เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
  • ใช้คำถามปลายเปิด
  • เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
  • ร่วมกิจกรรมกับเด็ก

การสอนตามเหตุการณ์ 
>> เป็นกิจกรรมที่เหมาะใช้กับเด็กพิเศษ และครูสามารถจะเดินเข้าไปถาม หรือคอยช่วยเหลือเมื่อเด็กทำเองไม่ได้จริงๆ เช่น
1.เข้าไปถาม  ทำอะไรค่ะ 
2.เข้าไปถาม   หนูจะใส่ผ้ากันเปื้อนใช่ไหม
3.เข้าไปถาม   ครูใส่ผ้ากันเปื้อนให้หนูนะ
4.ลองพูดตามครูสิ  ผ้ากันเปื้อน
5.สวมผ้ากันเปื้อนให้เด็ก

Post Test

ครูสามารถส่งเสริมทักษะทางภาษาในห้องเรียนรวมได้อย่างไรบ้าง
ตอบ  - การเล่านิทาน
         - การใช้คำศัพท์
         - การร้องเพลง หรือกลอน
         - การใช้คำถามปลายเปิด
         - การให้เด็กบอกความต้องการของเด็ก
         - เปิดโอกาสให้เด็กได้พูดตอบ

กิจกรรม
1. เที่ยวทุ่งหญ้าซาวันน่า /  เเนะเเนวทางการสอบบรรจุครู
           อาจารย์ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการครูในการสอบนั้น จะแบ่งออกเป็น              ภาค ก.  เนื้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การศึกษาไทย, ความรู้ทั่วไป, วิชา 9 มาตรฐานวิชาชีพ                      ภาค ข.  เนื้อหาที่เป็นรายวิชาเอก 
สอบสัมภาษณ์ >> ผู้สัมภาษณ์ คือ ผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียน ในการสัมภาษณ์ ต้องนำเสนอการสอน 1 กิจกรรมที่ตนเองถนัด 
>>เป็นเกมทายใจจากแบบทดสอบจิตวิทยา



2. ดูวีดีโอ ผลิบานผ่านมือครู  จังหวะกาย  จังหวะชีวิต


ประโยชน์ที่ได้จากการดูวีดีโอนี้
ดนตรีการเคลื่อนไหวและจังหวะยังช่วยพัฒนาเด็กพิเศษทั้ง 4 ด้าน
-ด้านร่างกาย =>เด็กก็จะได้ฝึกความสมดุลของรางกาย ไม่ว่าเป็นการใช้มือ การเดิน การวิ่งเล่น การก้าวเท้าไปตามจังหวะ
-ด้านอารมณ์=> พอเอาเพลงหรือดนตรีเข้ามาช่วยเด็กพิเศษก็จะเริ่มตื่นเต้นและอยากร่วมกิจกรรมมากขึ้น
-ด้านสังคม =>เด็กได้รู้จักการรอคอย  การฟัง
-ด้านสติปัญญา=>  จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ การฟังจังหวะดนตรี การฝึกสมาธิ
**ซึ่งกิจกรรมทุกกิจกรรมจะช่วยพัฒนาให้เด็กมีทักษะการเรียนรู้เเละมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น

3. กิจกรรมดนตรีบำบัด



ประโยชน์ที่ได้จากกิจกรรมนี้
- การฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือ
- การฝึกสมาธิในการฟังจังหวะดนตรี
- การประสานสัมพันธ์กันระหว่างมือกับตา
- การมีมิติสัมพันธ์
- การพูดคุยกันระหว่างเพื่อน หรือเเสดงความคิดเห็นกันในกลุ่ม

การนำไปประยุกต์ใช้
  • สามารถจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะทางภาษาให้เหมาะสมกับเด็ก เช่น การเล่านิทาน การร้องเพลง
  • ได้เรียนรู้ว่าขณะเด็กพูด ห้ามพูดขัดจังหวะเด็ก ห้ามไปบอกให้เด็กให้พูดช้าๆ หรือทำอะไรให้คิดก่อนพูด เพราะสิ่งเหล่านี้ครูไม่ควรทำหรือพูดกับเด็กเป็นอันขาด
  • ครูจะต้องไม่ควรเปรียบบเทียบการพูดหรือการกระทำของเด็กกับเด็กคนอื่น
  • ได้รู้ว่าครูจะต้องเข้าใจภาษาของเด็ก เพราะเด็กส่วนมากจะมีภาษาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเด็ก
  • การจัดกิจกรรมดนตรีบำบัดสามารถช่วยฝึกสมาธิด้านการฟังให้กับเด็ก และกิจกรรมนี้สามารถจัดได้ทั้งเด็กปกติ และเด็กพิเศษ
  • ได้รู้เเนวทางว่าครูควรใช้คำถามปลายเปิดเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดหรือเเสองออกทางภาษามากขึ้น
  • ได้รู้ว่าครูอาจใช้คำพูดกระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง และครูจะต้องเป็นผู้ฟังมากว่าเป็นผู้พูด  ( ครูไม่ควรพูดมากจนเกินไป )

การประเมิน
  • ประเมินตนเอง:  วันนี้มีเพื่อนอีกกลุ่มมาเรียนรวมด้วยอาจทำให้ห้องเรียนดูเยอะเกินไป ทำให้เสียงดังจากการพุดคุยกันของเพื่อน ทำให้ไม่ค่อยมีสมาธิในการเรียน และไม่ได้ยินสิ่งที่อาจารย์พูดมากนัก เเต่ก็เข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอน จดบันทึกความรู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่เรียน และร่วมมือกันทำกิจกรรมในห้องเรียน
  • ประเมินเพื่อน:  เพื่อนๆตั้งใจเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม  เเต่อาจจะดูวุ่นวายกันนิดหน่อยเนื่องจากมีสมาชิกเพื่อนอีกกลุ่มมาเรียนรวมด้วยทำให้เยอะขึ้น และมีการพูดคุยกันเสียงดัง  
  • ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนกระชับเข้าใจเนื้อหามากขึ้น มีการยกตัวอย่างให้เข้าใจพร้อมทำท่าประกอบ และอาจารย์ยังให้ความรู้เเนวทางในการสอบบรรจุครูมาบอกให้นักศึกษาที่สนใจ ฟัง เข้าใจวิธีการสอบพร้อมกับวิธีการเตรียมตัวว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ดีกับนักศึกษาเป็นอย่างมาก



วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 7



บันทึกหลังการเรียน ครั้งที่ 7

วัน  อังคาร  ที่  3  มีนาคม  พ.ศ. 2558

^-^ ความรู้ที่ได้รับในวันนี้ ^-^
"การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ และการจัดกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรมในชั้นเรียน"

กิจกรรมที่ 1
รถไฟเหาะเเห่งชีวิต 



กิจกรรมที่ 2
กิจกรรมดนตรีบำบัดเด็กพิเศษ



^^ ผลงานของหนู^^


>> ให้เด็กจับคู่กัน2คนให้1คนเป็นลากเส้นส่วนอีกคนจุดตามที่มีช่องตัดระหว่างเส้น โดยจะเปิดเพลงให้ฟังเเล้วลากหรือจุดตามจังหวะเพลง 
สิ่งที่ได้จากกิจกรรมนี้ คือ 
- การฝึกสมาธิในการฟัง
- ความสามัคคีกันในการช่วยกันคิดหรือทำงานร่วมกัน
- การพูดคุยเเสดงความคิดเห็นกันว่าผลงานนี้สามารถเป็นภาพะไรได้บ้าง


กิจกรรมที่ 3 
การฝึกร้องเพลง 




การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ


1. ทักษะทางสังคม 
  •  การที่เด็กพิเศษขาดทักษะทางสังคมนั้น ไม่ได้สาเหตุมาจากพ่อแม่
  •  สภาพเเวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆ
** ทักษะทางสังคมและสภาพเเวดล้อมไม่ได้มีผลกับตัวเด็ก  ซึ่งเราควรที่จะส่งเสริมที่ตัวเด็กมากกว่าไปส่งเสริมสภาพเเวดล้อม**

   กิจกรรมการเล่น 
  • การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
  •  เด็กจะสนใจกันเอง โดยอาศัยการเล่นเป็นสื่่อ
  • ในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอิ่นเป็นเพื่อน แต่เป็นแะไรบางอย่างที่ น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
 ยุทธศาสตร์การสอน 
  • เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีการเล่น  ดังนั้น เด็กพิเศษจะเลียนเเบบวิธีการเล่นจากเด็กปกติ
  • ครูจะต้องเริ่มต้นสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
  •  ครูต้องจดบันทึก 
  • ทำแผน IEP   => เป็นการเขียนเเผนเเบบเฉพาะบุคคล
การกระตุ้นการเลียนแบบ
  •  วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
  •  คำนึงถึงเด็กทุกคน
  •  ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน  => ถ้าจับกลุ่ม 4 คน ควรเป็นเด็กพิเศษ 1 คน และเด็กปกติ 3 คน
  •  เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน "ครู" ให้เด็กพิเศษ
 ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
  • อยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจ => สังเกตเด็กไว้ให้เด็กในห้องรู้สึกว่าครูมองเด็กอยู่ตลอด
  • ยิ้ม และพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
  • ไม่ชมเชย หรือสนใจเด็กมากจนเกินไป
  • เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
  • ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
** ข้อห้าม เวลาดูเด็กเป็นกลุ่ม ครูห้ามหันหลังให้เด็กกลุ่มอื่นเด็ดขาด **


วิธีการเล่นทรายของเด็ก
1. ครูควรให้เด็กเล่นโดยใช้มือเปล่าก่อน
2. เมื่อให้อุปกรณ์การเล่น ถ้าเด็ก4คน ครูควรให้เด็ก2ชิ้นต่อเด็ก4คน  เพราะถ้าให้3ชิ้นเด็กคนอื่นได้แล้วเด็กอีก1คนก็คิดว่าทำไมหนูไม่ได้เหมือนเพื่อน ครูไม่รักหนูเหรอ
3. ควรให้อุปกรณ์หรือของเล่นทีละอย่างกับเด็ก เพราะถ้าให้หมดทีเดียวเด็กจะเลือกเล่นในสิ่งที่เด็กชอบและจะไม่เห็นคุณค่าในของเล่น

1.สร้างความน่าสนใจให้เด็กคนที่จะเข้าไปเล่นกับเพื่อนมีจุดสนใจ เช่น ดูสิของเล่นเยอะเลยน่าเล่นไหม
2.เมือครูพาเด็กเข้าไปเล่นกับเพื่อนเเล้ว ครูต้องคอยดูเด็กก่อน
3. ถ้าเด็กเล่นไม่ได้ยิ่งเป็นเด็กพิเศษครูจะต้องหัดเล่นหรือจับประคองมือเด็กให้เล่นให้ได้

  การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
  •  ครูพูดชักชวนให้เด็กเล่นร่วมกับเพื่อน
  •  ทำโดย " การพูดนำของครู "
 ช่วยเด็กทุกคนให้รู้ กฎเกณฑ์
  •  เด็กทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
  •  การให้โอกาสเด็ก
  • ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง

Post test
ครูสามารถส่งเสริมทักษะทางสังคมในห้องเรียนรวมได้อย่างไรบ้าง
ตอบ  - เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นกับเพื่อน
         - สร้างจุดเด่นให้น่าสนใจ
         - ให้เด็กรู้จักการรอคอย
         - เด็กพิเศษต้องไม่มีอภิสิทธิเหนือกว่าเด็กปกติ
         - อย่าตำหนิเด็ก
         - อย่าหันหลังให้เด็กเวลาเดินดูเด็กทำงาน

        
การนำไปประยุกต์ใช้

  • การส่งเสริมเเละพัฒนาทักษะเด็กพิเศษในด้านสังคม
  • วิธีการเขียนเเผนเฉพาะบุคคล เช่น สิ่งที่เด็กถนัด ไม่ถนัดคืออะไร ชอบ ไม่ชอบอะไร และการส่งเสริมอะไรให้กับเด็ก
  • สิ่งที่ทราบหรือรู้ไว้เมื่อเป็นครู คือห้ามเด็ดขาดเวลดูเด็กทำงานเป็นกลุ่ม ครูห้ามหันหลังให้เด็ก
  • การจับกลุ่มให้เด็กต้องจับ 3:1 คือเด็กปกติ 3 คน และเด็กพิเศษ 1 คน เพื่อเด็กปกติจะได้ช่วยกันดูเเล ช่วยเหลือเด็กพิเศษได้
  • ได้ทราบเทคนิควิธีการให้อุปกรณ์การเล่นกับเด็กควรให้เด็กเล่นทีละอย่าง
  • เทคนิคการฝึกร้องเพลงเด็กปฐมวัย ที่สามารถนำไปใช้ในการสอนหรือทำกิจกรรมให้กับเด็ก
  • การจัดกิจกรรมดนตรีบำบัดเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่เราสามารถนำไปใช้กับเด็กพิเศษและเด็กปกติ

การประเมิน 
  • ประเมินตนเอง   :  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ จดบันทึกเนื้อหาความรู้เพิ่มเติมที่ได้เรียนและสนใจตอบคำถามอาจารย์ ขณะที่เรียนอาจารย์ก็ยกตัวอย่างเนื้อหาที่สำคัญให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ชอบเรียนกับอาจารย์มากเวลาสนุกสนาน ไม่เครียด ไม่เบื่อ ได้ยิ้มหัวเราะ และชอบอาจารย์ร้องเพลงจัง อาจารย์ร้องได้ไพเราะนุ่มนวลน่าฟังมากๆๆ
  • ประเมินเพื่อน  : เพื่อนๆเข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบให้ความสนใจในการตอบคำถาม ให้ความร่วมมือห้องเรียนดีมาก  และมีการจดบันทึกความรู้เพิ่มเติม
  • ประเมินอาจารย์   : เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีเทคนิคการเข้าใจง่ายมียกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้นักศึกษาเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากขึ้น อาจารย์สอนสนุกไม่เครียด ไม่น่าเบื่อ และยังมีกิจกรรมรถไฟเหาะเเห่งชีวิตที่ทำให้นักศึกษารู้คำตอบเเล้วตลกหัวเราะเฮอากันทั้งห้องและกิจกรรมดนตรีบำบัดเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดี ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงกับเด็กพิเศษ และเด็กปกติได้